941047_1046678482038004_2855656761285756559_n

‪#‎แยกทางยังไงไม่ให้ลูกเจ็บ‬

หมอได้มีโอกาสดูละครเรื่อง “เจ้าบ้านเจ้าเรือน” มีประเด็นที่หมอเห็นและอยากจะพูดถึงก็คือ กรณีการแยกทางกันของนางเอกในเรื่อง(แพรขาว) กับสามี แพรขาวตัดสินใจนำลูกสาว(น้องชมพู)ออกจากบ้านเดิมของสามี มาอยู่ด้วยกันสองคนแม่ลูก โดยที่สามีและญาติฝ่ายสามีไม่เต็มใจ

ประเด็นที่หมออยากจะพูดถึงก็คือ เรื่องของการที่สามีภรรยาที่แยกทางกัน โดยที่มีลูกเป็นตัวกลาง บางครั้งการแยกทางเป็นไปด้วยดี ลูกๆก็อาจจะไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ แต่ถ้าเราเห็นในละคร ชมพูที่พ่อกับแม่เลิกกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พ่อชอบมาว่าแม่ พยายามหาทางมาเอาตัวชมพูไปจากแม่เสมอ ซึ่งชมพูไม่ชอบเลย หมอคิดว่าไม่ใช่เพราะชมพูไม่รักพ่อ แต่คงไม่ชอบให้พ่อทำแบบนี้ อยากให้พ่อคุยกับแม่ดีๆ

เรื่องของชมพูทำให้หมอคิดถึงน้อยหน่า เด็กคนหนึ่งในชีวิตจริงที่ไม่ใช่ละคร

น้อยหน่า เด็กหญิงวัยสิบขวบ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาน้อยหน่านอนไม่หลับ ฝันร้าย

พ่อกับแม่ของน้อยหน่าแยกกันอยู่มาราวๆเดือนกว่า น้อยหน่ามาอยู่กับแม่

น้อยหน่ารู้ว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันมากขึ้นมาสักพักแล้ว เพราะแม่จับได้ว่าพ่อมีเมียน้อย จริงๆที่พ่อกับแม่อยู่กันคนละที่ก็อาจจะดี น้อยหน่าคิด แม้ว่าใจลึกๆก็อยากให้ทั้งพ่อและแม่อยู่กับน้อยหน่าทั้งคู่

เพราะรักทั้งพ่อและแม่ รักมากๆ แต่ก็พยายามทำใจที่พ่อกับแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน

พ่อกับแม่ไม่อยู่ด้วยกันน้อยหน่าก็พอทำใจได้ แต่ที่ทำให้ทนไม่ได้ เพราะต่างคนก็ต่างมาว่าอีกคนให้น้อยหน่าฟัง

พ่อบอกว่า แม่เป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ไม่ยอมยกโทษให้พ่อ

ส่วนแม่ก็ชอบว่าพ่อให้ฟัง บอกว่าพ่อเป็นคนหลายใจ เจ้าชู้

“พ่อน้อยหน่ามีเมียน้อย”

แม่บอกน้อยหน่าวันเว้นวัน จนเบื่อที่จะฟังแล้ว

ไม่นานมานี้ แม่บอกให้น้อยหน่าโทรไปหาพ่อ แม่บอกว่า “บอกให้พ่อจ่ายเงินค่าเล่าเรียนให้ด้วย”

พอโทรไปหาพ่อ พ่อก็บ่นว่าแม่ให้ฟังอีก แล้วก็ถามน้อยหน่าว่า

“รักพ่อไหม มาอยู่กับพ่อดีกว่าไหม พ่อคิดถึง”

“ที่พ่อไม่ได้จ่ายเงินให้แม่ เพราะอยากให้แม่ยกน้อยหน่าให้พ่อ พ่อเลี้ยงลูกได้สบายๆ…”

พ่อพูดอะไรอีกมากมายที่น้อยหน่าไม่ได้ฟังแล้ว “ว่าไงล่ะฟังพ่ออยู่ไหม ที่พ่อถามว่าอยากไปอยู่กับพ่อมั้ย…” เสียงพ่อดังขึ้นมา

น้อยหน่าก็รักทั้งพ่อและแม่ ถ้าจะให้เลือกอยู่กับใครคนหนึ่ง น้อยหน่าไม่อยากเลือก ทำไมต้องให้น้อยหน่าเลือกด้วย ใครดีหรือไม่ดียังไง น้อยหน่าไม่รู้หรอก

.

เรื่องของการเลิกราระหว่างสามีภรรยา เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมาถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ หรือ เดินหน้าต่อ ทุกอย่างคงต้องจบลง บางครั้งก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยง

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเลิกรากัน จะทำอย่างไรให้มีผลกระทบกับลูกๆน้อยที่สุด เป็นเรื่องที่ต้องตระหนัก

– พ่อกับแม่ไม่ควรทะเลาะกันต่อหน้าเด็ก ไม่ควรให้เด็กมาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของคนทั้งคู่ที่เขารัก ควรให้ความขัดแย้งที่เกิดกระทบต่อชีวิตประจำวันของเด็กน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

– ไม่ต้องปรึกษาเรื่องไม่สบายใจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของพ่อแม่กับเด็ก บางครั้งที่เครียดไปคุยกับคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกๆ

– อย่าโทษหรือว่ากล่าวอีกฝ่ายให้เด็กฟัง ยิ่งการคุยกันผ่านเด็ก ฝากเด็กไปบอกอีกฝ่ายในเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เด็กจะเกิดความเครียดอย่างมาก

– อย่าให้เด็กเลือกว่าจะอยู่กับใคร เพราะเขาไม่สามารถเลือกระหว่างพ่อและแม่ได้ เพราะทั้งคู่สำคัญกับเขามากๆ

– เมื่อจะต้องบอกความจริงกับเด็กว่าพ่อกับแม่จะแยกทางกัน จะต้องเตรียมตัว ทั้งพ่อและแม่ควรต้องอยู่พร้อมหน้าเวลาบอกเด็ก พยายามจัดการควบคุมอารมณ์ที่เกิดจากความรู้สึกโกรธเคืองอีกฝ่าย

– ด้วยอารมณ์ที่สงบ บอกเด็กว่า การหย่าร้างหรือแยกทางกันของพ่อแม่ไม่ใช่ความผิดของเด็ก เด็กๆเล็กๆบางคนจะรู้สึกว่าเขาทำอะไรผิดรึเปล่า ดังนั้นพ่อแม่จะต้องให้ความเชื่อมั่นตรงนี้กับเด็กว่ามันไม่ใช่ความผิดของเด็ก

– ไม่จำเป็นต้องบอกว่าเหตุผลจริงๆเบื้องหลังที่พ่อแม่เลิกกันคืออะไร โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวกับความผิดของอีกฝ่ายหนึ่ง

– หลักการสำคัญคือ ให้เด็กรับรู้ว่าพ่อแม่ยังรักเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน

– บอกเด็กว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับเขาบ้าง และอะไรที่คงเดิม เพื่อลดความกังวลและรู้สึกไม่มั่นคงของเด็ก เด็กจะอยู่กับแม่ แต่พ่อจะกลับไปอยู่บ้านพ่อ พ่อจะมาเยี่ยมหนูทุกๆวันเสาร์ พาหนูไปเที่ยว เป็นต้น แต่หนูก็ยังไปโรงเรียนเดิมอยู่

– เป็นปกติที่เมื่อบอกไปแล้วปฏิกิริยาเด็กส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับในทันที ทำความความเข้าใจ ให้เด็กรับรู้ว่าเรายังอยู่ข้างๆและคอยรับฟังเขาเสมอ

ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าพ่อแม่จะไม่เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไป แต่พันธสัญญาของความเป็นพ่อแม่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และมันก็จะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ขอขอบคุณ : เพจเข็นเด็กขึ้นภูเขา หมอมินบานเย็น

Tweet about this on TwitterShare on Google+Share on Facebook
CPCR_logo

มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

979 จรัญสนิทวงศ์ 12
แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพฯ 10600
โทรศัพท์ 02-412-0739
โทรสาร 02-412-9833
www.thaichildrights.org

ThaiHealth_logo

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ
99/8 ซอยงามดูพลี
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร
กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ 02-343-1500
โทรสาร 02-343-1551
www.thaihealth.or.th